ถ่ายทำวิดีโอแบรนด์ใช้เวลานานเท่าไรตั้งแต่บรีฟงานจนถึงส่งมอบเวอร์ชันสมบูรณ์

By Kevin Grafton, Director

แปลบทความและจัดทำชุดข้อความ SEO ตามสไตล์ Digital Distinct (ภาษาทันสมัย กระชับ อ่านลื่นไหล ไม่โบราณ และเน้นชื่อแบรนด์) ให้เรียบร้อยครับ:

การวางแผนผลิตวิดีโอให้ทันตามกำหนดการ (Deadline)

การถ่ายทำวิดีโอองค์กร (Corporate Video) โดยทั่วไปมักใช้เวลา 3 ถึง 6 สัปดาห์ ตั้งแต่การสรุปบรีฟแรกจนถึงส่งมอบงานฉบับสมบูรณ์ ส่วนวิดีโอแบรนด์ (Brand Film) หรือโฆษณา TVC ที่ต้องคัดเลือกนักแสดง ถ่ายทำหลายสถานที่ และเน้นงานตัดต่อซับซ้อน จะใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 10 สัปดาห์

วันถ่ายทำจริงคือช่วงเวลาที่สั้นที่สุดในตารางงานเสมอ แต่มักจะเป็นขั้นตอนที่ใช้ทรัพยากร งบประมาณ และแรงงานมากที่สุด วิดีโอองค์กรส่วนใหญ่ใช้เวลาถ่ายทำเพียง 1–2 วันเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือทั้งหมดในตารางงานคือการวางแผนล่วงหน้าก่อนเปิดกล้อง และการเก็บรายละเอียดในงานตัดต่อหลังถ่ายทำเสร็จ

ทีมการตลาดในกรุงเทพฯ มักจะวางแผนการทำวิดีโอเป็นอย่างสุดท้าย แต่นำมาใช้งานเป็นอย่างแรก การเข้าใจไทม์ไลน์และขั้นตอนการทำงานทั้งหมด จะช่วยให้คุณกำหนดวันเปิดตัวได้อย่างแม่นยำ และมองเห็นจุดที่อาจทำให้โปรเจกต์ล่าช้าได้ล่วงหน้า

ตารางสรุปไทม์ไลน์โดยประมาณ

ประเภทโปรเจกต์ (Project Type)

กรอบเวลาการทำงาน (Typical Timeline)

จำนวนวันถ่ายทำ (Shoot Days)

วิดีโอองค์กร หรือสัมภาษณ์ (Corporate / Interview Video)

3 ถึง 6 สัปดาห์

1 ถึง 2 วัน

ซีรีส์คอนเทนต์โซเชียลมีเดีย (Social Media Series)

2 ถึง 5 สัปดาห์

1 ถึง 3 วัน

วิดีโอแบรนด์ หรือ TVC (Brand Film / TVC)

6 ถึง 10 สัปดาห์

2 ถึง 4 วัน


ระยะเวลาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก: ความชัดเจนของข้อมูลก่อนการบรีฟ, จำนวนผู้มีอำนาจอนุมัติงานในแต่ละขั้นตอน และจำนวนรอบในการแก้ไขงานตัดต่อ

เจาะลึก 4 ขั้นตอนการผลิตวิดีโอ (Where the Weeks Go)

1. บรีฟงานและวางคอนเซปต์ (สัปดาห์ที่ 1)

Digital Distinct เริ่มต้นจากการเรียนรู้เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย งบประมาณ และช่องทางที่จะนำวิดีโอไปใช้ งานโฆษณา TVC, วิดีโอ Pre-roll บน YouTube และวิดีโอสั้นแนวตั้งบน Reels ต่างต้องการการวางแผนและงบประมาณที่ไม่เหมือนกัน Digital Distinct จึงต้องสรุปฟอร์แมตให้ชัดเจนตั้งแต่นี้ หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณจะได้รับคอนเซปต์และแผนงานเบื้องต้น ทั้งนี้ การส่งวิดีโอตัวอย่าง (Reference) ที่คุณชอบเข้ามา จะช่วยให้เห็นภาพตรงกันได้เร็วยิ่งขึ้น

ขั้นตอนจะดำเนินไปได้เร็วที่สุด หากฝั่งของคุณมีผู้มีอำนาจตัดสินใจอนุมัติคอนเซปต์และงบประมาณได้ทันที และหากคุณมีไอเดีย ความต้องการ รวมถึงช่วงงบประมาณที่ชัดเจนไว้ในใจก่อนติดต่อมายัง Digital Distinct ทีมงานจะสามารถประเมินและนำเสนอสิ่งที่ทำได้จริงภายในงบนั้นได้อย่างถูกต้อง

2. การเตรียมงานก่อนถ่ายทำ / Pre-Production (สัปดาห์ที่ 1 ถึง 3)

เมื่อคอนเซปต์ได้รับอนุมัติและเซ็นสัญญาเรียบร้อย Digital Distinct จะเริ่มเขียนบทและวาด Storyboard ควบคู่ไปกับการคัดเลือกนักแสดง สำรวจสถานที่ จองทีมงานและอุปกรณ์ พร้อมจัดทำตารางถ่ายทำและ Call Sheet

สำหรับวิดีโอองค์กร ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ แต่หากเป็น Brand Film ที่มีนักแสดงหลายคน ใช้สถานที่หลายแห่ง หรือต้องขอใบอนุญาตถ่ายทำ อาจใช้เวลา 3–4 สัปดาห์ ทั้งนี้ ขั้นตอนการอนุมัติบทคือจุดที่มักล่าช้าที่สุด เพราะเป็นครั้งแรกที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้เห็นรายละเอียดของไอเดียอย่างชัดเจน

Pre-Production คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการทำโปรเจกต์ หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนงานหลังจากขั้นตอนนี้ Digital Distinct จะพยายามปรับเปลี่ยนอย่างเต็มที่ แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือต้องเพิ่มวันถ่ายทำ

3. การถ่ายทำ / The Shoot (1 ถึง 4 วัน)

ทีมงาน Digital Distinct จะออกไปถ่ายทำในสถานที่จริงหรือในสตูดิโอ พร้อมกล้อง ชุดไฟ และโดรนตามที่วางแผนไว้ วิดีโอองค์กรทั่วไปมักใช้เวลาถ่ายทำ 1–2 วัน ส่วน Brand Film ที่มีหลายซีนจะใช้เวลาประมาณ 2–4 วัน

วันถ่ายทำถือเป็นจุดคงที่ในตารางงาน เนื่องจากมีการจองตัวนักแสดง ทีมงาน และสถานที่ไว้เรียบร้อยแล้ว การเปลี่ยนวันถ่ายทำในภายหลังจึงส่งผลกระทบต่อทั้งเวลาและงบประมาณ

4. การตัดต่อและเก็บรายละเอียด / Post-Production (สัปดาห์ที่ 3 ถึง 6)

Digital Distinct ดูแลตั้งแต่การตัดต่อ การทำสี (Color Grading) การมิกซ์เสียง การใส่กราฟิก เพลงประกอบ ไปจนถึงซับไตเติลภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่น ๆ ตามต้องการ คุณจะได้เห็นงานดราฟต์แรก (First Cut) ภายใน 1–2 สัปดาห์หลังถ่ายทำเสร็จ

การแก้ไขแต่ละรอบจะใช้เวลาประมวลผลไม่กี่วัน Digital Distinct จะวางตารางการตรวจแก้ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ทันตาม Deadline ตัวอย่างเช่น ส่งดราฟต์แรกภายใน 7 วัน →\rightarrow→ ส่ง Feedback กลับภายใน 2 วันทำการ →\rightarrow→ ส่งดราฟต์สองภายใน 2 วันทำการถัดไป และเมื่อแก้ไขครบตามรอบที่ตกลงกัน Digital Distinct จะส่งมอบไฟล์สมบูรณ์ครบทุกฟอร์แมตที่พร้อมใช้บน TV, เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย

สาเหตุที่มักทำให้โปรเจกต์ล่าช้า

จากประสบการณ์ของ Digital Distinct ความล่าช้ามักไม่ได้เกิดจากการถ่ายทำหรือการตัดต่อ แต่เกิดจากขั้นตอนการตัดสินใจ:

  • ผู้มีอำนาจอนุมัติหลายคน: ยิ่งมีคนตรวจงานเยอะ ยิ่งเพิ่มเวลาในทุกขั้นตอน ความเห็นที่ส่งมาจากผู้บริหารในภายหลังอาจทำให้ต้องนำบทหรือคลิปกลับไปแก้ใหม่ทั้งหมด

  • การเปลี่ยนบรีฟหลังอนุมัติงาน: การเพิ่มประเด็นใหม่หลังจากอนุมัติบทไปแล้ว อาจหมายถึงการต้องออกไปถ่ายทำใหม่หรือการรื้อโครงสร้างการตัดต่อทั้งหมด

  • ข้อมูลหรือสื่อไม่ครบถ้วน: โลโก้ ตัวอย่างสินค้า ไกด์ไลน์แบรนด์ หรือข้อความที่ส่งมาล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อทั้งวันถ่ายทำและงานกราฟิก

  • รอบการตรวจแก้ที่ไม่เป็นระบบ: การทยอยส่ง Feedback ทีละนิดจากหลาย ๆ คน จะทำให้การแก้ 2 รอบกลายเป็น 5 รอบโดยไม่จำเป็น

  • ช่วงวันหยุดยาวและช่วง Peak Season: ทีมงาน นักแสดง และสตูดิโอมักถูกจองเต็มล่วงหน้าในช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ หรือช่วงสิ้นปี จึงควรรีบเผื่อเวลารวมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

เทคนิคการคุมตารางถ่ายทำให้อยู่ในแผน

  1. แต่งตั้งผู้มีอำนาจอนุมัติเพียงคนเดียว ที่ทำหน้าที่รวบรวม Feedback ทั้งหมดและเซ็นอนุมัติในแต่ละขั้นตอน

  2. ตกลงจำนวนรอบและตารางการตรวจแก้ไขงาน ให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน

  3. ส่ง Brand Assets, ตัวอย่างสินค้า และ Key Message หลัก มาพร้อมกับบรีฟตั้งแต่วันแรก

  4. อนุมัติบทและ Storyboard ให้เรียบร้อย ก่อนจะล็อกวันถ่ายทำ

  5. นับเวล่าย้อนกลับมาจากวันเปิดตัวจริง แล้วบวกเผื่อไว้ 1 สัปดาห์เป็นเวลาสำรอง

หากคุณมีกำหนดวันเปิดตัวที่แน่นอน ให้แจ้ง Digital Distinct ตั้งแต่การพูดคุยครั้งแรก Digital Distinct สามารถเร่งตารางงานให้รวดเร็วขึ้นได้ด้วยการจัดคัดเลือกนักแสดงและสำรวจสถานที่ไปพร้อม ๆ กัน หากรับทราบ Deadline ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • สามารถผลิตวิดีโอเร่งด่วนในกรอบเวลาสั้น ๆ ได้หรือไม่?

    • ทำได้ งานสัมภาษณ์หรืองานอีเวนต์แบบเรียบง่าย สามารถส่งมอบได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากมีบรีฟที่ชัดเจนและมีผู้สั่งการอนุมัติคนเดียว ส่วน Brand Film หรือ TVC จะใช้เวลามากกว่า แต่ Digital Distinct สามารถเร่งกระบวนการผลิตให้ได้ โดยอาจมีค่าบริการเร่งด่วนเพิ่มเติม และอาจต้องมีความยืดหยุ่นในรายละเอียดบางจุดเพื่อให้ทันตามกำหนด

  • มีจำนวนรอบการแก้ไขรวมกี่รอบ?

    • จำนวนรอบจะตกลงกันไว้ในใบเสนอราคาก่อนเริ่มงาน ซึ่งแพ็กเกจวิดีโอองค์กรของ Digital Distinct ได้ระบุจำนวนรอบการแก้ไขไว้อย่างชัดเจน

  • สามารถส่งมอบเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมกันได้หรือไม่?

    • ทำได้ Digital Distinct วางแผนการผลิตสองภาษาตั้งแต่ขั้นตอนบรีฟ ทั้งเสียงพากย์และซับไตเติล การเพิ่มภาษาที่สองตั้งแต่เริ่มต้นจะใช้เวลาน้อยกว่าการมาเพิ่มทีหลังหลังงานตัดต่ออนุมัติแล้วอย่างมาก

  • ควรติดต่อโปรดักชันล่วงหน้ากี่สัปดาห์ก่อนวันเปิดตัวจริง?

    • สำหรับวิดีโอองค์กร ควรติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 6 สัปดาห์ ส่วน Brand Film หรือ TVC ควรเผื่อเวลาไว้ 10 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้มีเวลาสำหรับขั้นตอนการแคสติ้ง หาสถานที่ และตรวจแก้ไขงานโดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป

About The Author

client logo

Kevin Grafton is the director at Digital Distinct, a production house in Bangkok. He has directed TVCs, brand films, social campaigns, and corporate videos for brands in both Thai and English

คุณกำลังมองหาบริษัทรับผลิตวิดีโอคุณภาพสูงและสร้างสรรค์คอนเทนต์อยู่ใช่ไหม?

Digital Distinct ช่วยให้งบประมาณการลงทุนของคุณคุ้มค่าสูงสุด ด้วยการผสานงานครีเอทีฟคุณภาพสูงเข้ากับกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกันอย่างลงตัว ทำให้ได้ผลงานที่โดดเด่นและมีพลังในการขับเคลื่อนยอดผู้เข้าชม (Engagement) ผ่านการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมยกระดับหน้าเว็บไซต์ เพิ่มความน่าสนใจให้แคมเปญอีเมล และเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้นผ่านการจัดวางสื่อเชิงกลยุทธ์

Digital Distinct ช่วยให้งบประมาณการลงทุนของคุณคุ้มค่าสูงสุด ด้วยการผสานงานครีเอทีฟคุณภาพสูงเข้ากับกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกันอย่างลงตัว ทำให้ได้ผลงานที่โดดเด่นและมีพลังในการขับเคลื่อนยอดผู้เข้าชม (Engagement) ผ่านการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมยกระดับหน้าเว็บไซต์ เพิ่มความน่าสนใจให้แคมเปญอีเมล และเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้นผ่านการจัดวางสื่อเชิงกลยุทธ์

มีคำถาม, ไอเดียโปรเจกต์, หรือต้องการทำความรู้จัก Digital Distinct เพิ่มเติม? สามารถติดต่อเราได้เลย!

ประเด็นสำคัญ