
ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาค่าถ่ายทำวิดีโอองค์กรในกรุงเทพฯ
By Kevin Grafton, Director
ค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำวิดีโอในกรุงเทพฯ: งบประมาณของคุณถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง?
วิดีโอองค์กร 2 ตัวที่มีความยาว 3 นาทีเท่ากัน อาจมีราคาต่างกันได้หลายเท่าตัว เพราะความยาวของวิดีโอไม่ได้เป็นตัวบอกราคา ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงมาจากเบื้องหลังการทำงาน ทั้งจำนวนวันถ่ายทำ บุคคลที่อยู่หน้ากล้อง สถานที่ถ่ายทำ และความซับซ้อนในขั้นตอนการตัดต่อ
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาค่าถ่ายทำวิดีโอองค์กรในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคา เปรียบเทียบข้อเสนอ และตัดสินใจจัดสรรงบประมาณได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
1. Pre-Production: ขั้นตอนการเตรียมงานที่ช่วยประหยัดงบในระยะยาว
ขั้นตอน Pre-Production ครอบคลุมตั้งแต่การสรุปบรีฟ, การวางคอนเซปต์, การเขียนบท, การทำ Storyboard, การทำ Shot List ไปจนถึงการจัดตารางถ่ายทำ นี่คือขั้นตอนที่ปรับแก้ได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะการตัดบทออกเพียงหนึ่งบรรทัดไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากต้องตัดซีนนั้นทิ้งหลังถ่ายทำเสร็จ เท่ากับคุณต้องเสียค่าถ่ายทำฟรีไปแล้วทั้งวัน
ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับว่าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่มากน้อยแค่ไหน ลูกค้าที่มีบทที่ผ่านการอนุมัติมาแล้ว ย่อมใช้เวลาน้อยกว่าลูกค้าที่มาพร้อมเป้าหมายและกำหนดส่งงานเท่านั้น นอกจากนี้ รอบการตรวจอนุมัติบทก็มีผลต่อเวลาและงบประมาณ ดังนั้นควรกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจและจำนวนรอบการตรวจแก้ให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก
2. จำนวนวันถ่ายทำและขนาดของทีมงาน
จำนวนวันถ่ายทำคือรายการค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดในใบเสนอราคา ทุก ๆ วันที่เพิ่มขึ้นหมายถึงค่าตอบแทนทีมงาน, ค่าเช่ากล้อง, ไฟ, อุปกรณ์, ค่าเดินทาง และค่าอาหาร
ขนาดของทีมงานขึ้นอยู่กับโจทย์ของงาน วิดีโอสัมภาษณ์ผู้บริหารสั้น ๆ อาจใช้เพียงผู้กำกับ, ตากล้อง และช่างบันทึกเสียง แต่หากเป็นวิดีโอแนะนำองค์กรที่เน้นงานภาพพรีเมียม ก็อาจต้องเพิ่มโปรดิวเซอร์, ผู้ช่วยผู้กำกับ, ช่างไฟ, ทีมคุมอุปกรณ์, ช่างแต่งหน้า และทีมจัดฉาก ยิ่งใช้คนและอุปกรณ์เยอะ ค่าใช้จ่ายต่อวันก็จะยิ่งสูงขึ้น
วิธีควบคุมงบในส่วนนี้: วางแผนรวบยอดวันถ่ายทำให้อัดแน่นและคุ้มค่าที่สุด จัดกลุ่มซีนที่ใช้สถานที่เดียวกันไว้ด้วยกัน, นัดสัมภาษณ์ต่อเนื่องกัน และถ่ายภาพ B-Roll ในอาคารเดียวกันภายในวันเดียว
3. นักแสดงและคนหน้ากล้อง (Talent)
การใช้บุคลากรหรือพนักงานในองค์กรมาเป็นคนหน้ากล้องคือวิธีที่ช่วยประหยัดงบได้มากที่สุด แต่หากต้องใช้นักแสดง, นายแบบ-นางแบบ หรือผู้ประกาศข่าวมืออาชีพ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งเรื่องเวลาในการแคสติ้ง, ค่าตัวนักแสดง และสิทธิ์ในการใช้วิดีโอ (Usage Rights) ซึ่งสิทธิ์การใช้งานจะขึ้นอยู่กับช่องทางและระยะเวลาในการเผยแพร่ ดังนั้นหากมีแผนจะนำวิดีโอไปใช้ในโฆษณา TV หรือยิงแอดในอนาคต ควรแจ้ง Digital Distinct ตั้งแต่ขั้นตอนบรีฟงาน
หากใช้พนักงานในองค์กร ควรเผื่อเวลาบรีฟงานสั้น ๆ ก่อนถ่ายจริง เพราะคนที่ได้เห็นคำถามล่วงหน้าจะให้คำตอบได้ดีกว่าและใช้จำนวนเทกน้อยลง
4. สถานที่ถ่ายทำและใบอนุญาต
การถ่ายทำในออฟฟิศหรือโรงงานของคุณเองคือตัวเลือกที่ประหยัดที่สุด ส่วนการเช่าสถานที่ เช่น สตูดิโอ, โรงแรม, คาเฟ่ หรือคอนโด จะมีค่าเช่าสถานที่เพิ่มเติม และสถานที่สาธารณะ โบราณสถาน หรืออุทยานแห่งชาติบางแห่ง จำเป็นต้องมีการขอใบอนุญาตถ่ายทำล่วงหน้า
การย้ายสถานที่ถ่ายทำระหว่างวันจะเสียเวลาไปกับเดินทาง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่การจราจรอาจทำให้การเดินทางเพียง 10 กิโลเมตรใช้เวลาเป็นชั่วโมง การวางแผนถ่ายทำในสถานที่ที่อยู่ใกล้กัน จึงประหยัดงบและเวลาได้มากกว่าการกระจายสถานที่ไปทั่วเมือง
5. Post-Production และงานเก็บรายละเอียด
การตัดต่อคือขั้นตอนที่เปลี่ยนฟุตเทจดิบให้กลายเป็นวิดีโอที่สมบูรณ์แบบ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นตามความละเอียดของงาน:
จำนวนรอบการตัดต่อ: ตกลงจำนวนรอบการแก้ไขให้ชัดเจนล่วงหน้า เพราะการแก้เพิ่มเกิน quota จะมีค่าใช้จ่ายของคนตัดต่อเพิ่มขึ้น
การทำสี (Color Grading): งานปรับสีพื้นฐานจะรวมอยู่ในแพ็กเกจทั่วไป แต่การปรับสีเกรดพรีเมียมเพื่อสร้างมู้ดแอนด์โทนเฉพาะของแบรนด์จะใช้เวลามากกว่า
ระบบเสียง: การคลีนเสียงและใช้เพลงลิขสิทธิ์ทั่วไปจะมีราคาถูกกว่าการทำ Sound Design หรือการแต่งเพลงขึ้นใหม่
เสียงพากย์ (Voiceover): นักพากย์มืออาชีพจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการใช้เสียงพากย์ของพนักงานหรือเสียง AI
งานกราฟิก: ข้อความหัวเรื่องและป้ายชื่อ (Lower Thirds) แบบเรียบง่าย จะประหยัดกว่างาน Motion Graphics หรือการทำ Animation
ภาษา: การทำซับไตเติลภาษาไทยและภาษาอังกฤษต้องใช้เวลาในการแปลและตรวจทาน และหากต้องทำเสียงพากย์ภาษาที่สองก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
6. การตัดย่อยเวอร์ชันและฟอร์แมต (Versions & Formats)
หลายองค์กรต้องการใช้วิดีโอมากกว่าหนึ่งเวอร์ชันจากการถ่ายทำครั้งเดียว เช่น วิดีโอองค์กรฉบับเต็ม, คลิปตัดย่อย 60 วินาทีสำหรับงานอีเวนต์ และคลิปแนวตั้งสำหรับโซเชียลมีเดีย การวางแผนทำเวอร์ชันเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนถ่ายทำจะประหยัดงบได้มากกว่าการมาสั่งตัดเพิ่มทีหลัง เพราะผู้กำกับจะสามารถวางกรอบภาพและเก็บฟุตเทจที่จำเป็นสำหรับทุกเวอร์ชันไว้ได้ครบถ้วนตั้งแต่แรก
วิธีขอใบเสนอราคาให้ได้ราคาสมเหตุสมผลและแม่นยำที่สุด
ยิ่งบรีฟงานชัดเจน ใบเสนอราคาก็จะยิ่งแม่นยำ สิ่งที่คุณควรเตรียมไว้ ได้แก่:
เป้าหมายของวิดีโอ และกลุ่มผู้ชมคือใคร
ช่องทางที่จะนำไปใช้ (เว็บไซต์, งานอีเวนต์, สื่อการเรียนรู้ภายใน, โซเชียลมีเดีย)
ความยาวที่ต้องการ และเวอร์ชันตัดย่อยที่ต้องใช้
คนที่จะมาอยู่หน้ากล้อง (พนักงานหรือนักแสดง)
สถานที่ถ่ายทำที่ต้องการ หรือต้องการให้เสนอไอเดียสถานที่
ภาษา สำหรับเสียงพากย์และซับไตเติล
กำหนดการออนแอร์ และ ช่วงงบประมาณที่มี (Budget Range)
การแจ้งช่วงงบประมาณล่วงหน้ามีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะจะช่วยให้ Digital Distinct ออกแบบแนวทางและสเกลงานโปรดักชันให้คุ้มค่าและพอดีกับงบประมาณที่คุณมีมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมใบเสนอราคาของวิดีโอเดียวกันจากแต่ละโปรดักชันถึงต่างกันมาก?
เพราะแต่ละแห่งอาจประเมินสเกลงานต่างกัน เจ้าหนึ่งอาจคิดราคาโดยอิงจากการถ่ายทำ 1 วันและใช้เพลง Stock ทั่วไป แต่อีกเจ้าอาจเสนอถ่ายทำ 2 วัน ใช้พิธีกร และทำกราฟิกพิเศษ แนะนำให้ขอรายละเอียดแยกตามรายการ เช่น จำนวนวันถ่ายทำ, ทีมงาน, สถานที่ และรอบการแก้ไข เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันอย่างเป็นธรรม
วิดีโอที่สั้นกว่าจะราคาถูกกว่าเสมอไปหรือไม่?
ถูกกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะค่าใช้จ่ายหลักอยู่ที่การเตรียมงานและจำนวนวันถ่ายทำ วิดีโอความยาว 90 วินาที กับ 3 นาทีที่ถ่ายทำภายในวันเดียวกัน มักจะมีราคาใกล้เคียงกันมาก
เราจะประหยัดงบตรงไหนได้บ้าง โดยไม่กระทบกับคุณภาพงาน?
ใช้สถานที่ขององค์กรตัวเอง, ใช้พนักงานเป็นคนหน้ากล้อง, จัดกลุ่มซีนเพื่อลดจำนวนวันถ่ายทำ, ล็อกบทให้เรียบร้อยก่อนถ่ายทำจริง และวางแผนตัดย่อยหลายเวอร์ชันไว้ล่วงหน้า
จำเป็นต้องแจ้งงบประมาณก่อนขอใบเสนอราคาหรือไม่?
ช่วยได้มาก การบอกช่วงงบประมาณจะช่วยให้โปรดักชันเสนอแนวทางที่เหมาะสมที่สุดภายในงบนั้น หากไม่แจ้ง คุณอาจได้ใบเสนอราคาที่สเกลใหญ่หรือเล็กเกินกว่าที่ตั้งใจไว้
About The Author

Kevin Grafton is the director at Digital Distinct, a production house in Bangkok. He has directed TVCs, brand films, social campaigns, and corporate videos for brands in both Thai and English


